TFRS 9 หรือ Thai Financial Reporting Standard 9 คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่มีความสำคัญในการสะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่แท้จริงของกิจการ โดยเน้นเรื่องการจัดการสินทรัพย์ทางการเงิน ความเสี่ยง และการประเมินมูลค่าทางการเงินอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ยกระดับองค์กรไทยให้น่าเชื่อถือในระดับโลก
TFRS 9 คืออะไร มีที่มาอย่างไร ?
TFRS 9 (Thai Financial Reporting Standards 9) คือ มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 ว่าด้วย “เครื่องมือทางการเงิน” โดยกำหนดแนวทางในการจัดประเภท การวัดมูลค่า การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่า และการบัญชี เพื่อป้องกันความเสี่ยงของเครื่องมือทางการเงินทั้งหมดที่กิจการถือครอง ไม่ว่าจะเป็น เงินลงทุน เงินให้กู้ยืม ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรืออนุพันธ์
ที่มาของ TFRS 9
TFRS 9 ถูกพัฒนาตามต้นแบบของ IFRS 9 ซึ่งจัดทำโดย International Accounting Standards Board (IASB) เพื่อปรับปรุงมาตรฐานเดิมคือ IAS 39 ที่มีความซับซ้อนสูงและไม่ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจในโลกยุคใหม่
จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเครื่องมือทางการเงิน TFRS 9 ครั้งนี้ เกิดจากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ในปี 2008 ที่ลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลก (Global Financial Crisis) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า มาตรฐานการรายงานทางการเงินแบบเดิมไม่สามารถสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงของสถาบันการเงินและกิจการต่าง ๆ ได้ทันการณ์
เหตุผลที่ TFRS 9 ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย
ประเทศไทยโดยสภาวิชาชีพบัญชี (TFAC) ได้ประกาศบังคับใช้ TFRS 9 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 โดยเปิดให้ถือปฏิบัติมาก่อนหน้า (Early Adoption) ตั้งแต่งวดบัญชีของวันที่ 1 มกราคม 2562 เรื่อยมา โดยมีเหตุผลหลัก ดังนี้
- เพิ่มความโปร่งใสของงบการเงิน
- สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
- ส่งเสริมให้ธุรกิจไทยมีมาตรฐานระดับสากล ซึ่งเป็นประโยชน์ในการระดมทุนและขยายธุรกิจระหว่างประเทศ
- รองรับการกำกับดูแลของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) และสำนักงาน ก.ล.ต. ในการดูแลความเสี่ยงของระบบการเงินโดยรวม
ความแตกต่างระหว่าง IAS 39 และ TFRS 9
ความแตกต่างระหว่าง TFRS 9 และ IAS 39 อยู่ที่ผลลัพธ์การประเมิน ซึ่ง TFRS 9 จะประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าและสะท้อนสภาพการเงินที่แท้จริงได้มากกว่า กล่าวคือ IAS 39 จะรับรู้ความเสียหายเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ขณะที่ TFRS 9 ใช้แนวคิดคาดการณ์ความเสียหายล่วงหน้า (Expected Credit Loss) และปรับลดหมวดหมู่การจัดประเภทสินทรัพย์ให้เรียบง่ายขึ้น พร้อมเปิดทางให้กิจการจัดการความเสี่ยงผ่านบัญชีได้ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น
วัตถุประสงค์ของการประเมินสินทรัพย์ทางการเงินด้วย TFRS 9
การนำมาตรฐาน TFRS 9 มาใช้ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบัญชีเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวทางใหม่ในการจัดการความเสี่ยงและเพิ่มคุณภาพของข้อมูลทางการเงิน เราจึงสรุปวัตถุประสงค์ของมาตรฐานนี้ออกมาได้ 4 ประการด้วยกัน ดังนี้
1. ยกระดับความโปร่งใสของงบการเงิน
TFRS 9 ทำให้การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ทางการเงินมีความชัดเจนมากขึ้น ลดความคลุมเครือของวิธีการจัดประเภทและวัดมูลค่า ช่วยให้ผู้ใช้งบสามารถเข้าใจภาพรวมทางการเงินของกิจการได้อย่างตรงไปตรงมา
2. เสริมความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
การประเมินความเสียหายและความเสี่ยงด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตผ่านโมเดล Expected Credit Loss (ECL) ส่งผลให้มองเห็นแนวโน้มความเสี่ยงได้เร็วกว่าเดิม จึงสามารถวางแผนรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. สร้างมาตรฐานที่สอดคล้องกับสากล
ทำให้ระบบบัญชีของไทยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนและสถาบันการเงินทั่วโลก
4. เป็นประโยชน์ในการวางแผนกลยุทธ์ทางการเงิน
ช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลทางการเงินที่สะท้อนความเสี่ยงและโอกาสได้ชัดเจนขึ้น เช่น การเห็นระดับความเสี่ยงของลูกหนี้ในแต่ละ Stage หรือผลกระทบจากการวัดมูลค่าทางการเงินด้วยราคาตลาด (Fair Value) ทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ด้านสินเชื่อ การลงทุน หรือการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลดีต่อการวางแผนเงินสำรอง การบริหารสภาพคล่อง และบริหารทุนให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ
หลักการสำคัญของมาตรฐาน TFRS 9
เพื่อให้การประเมินดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มาตรฐานสินทรัพย์ทางการเงิน TFRS 9 จึงกำหนดหลักการสำคัญเอาไว้ 3 ข้อ ได้แก่
1. การจำแนกประเภทและการวัดมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงิน (Classification and Measurement)
TFRS 9 แบ่งการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินออกเป็น 3 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ในการถือครองและลักษณะกระแสเงินสด
- วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost)
- วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (Fair Value Through Profit or Loss: FVTPL)
- วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (Fair Value Through Other Comprehensive Income: FVOCI)
2. การด้อยค่าของสินทรัพย์ทางการเงิน (Impairment)
การด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินของ TFRS 9 ใช้แนวคิด Expected Credit Loss (ECL) ในการประเมินและรับรู้ผลขาดทุน จึงต้องนำข้อมูลจากทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตมาพิจารณาร่วมกัน องค์กรจึงต้องทบทวนสมมติฐานและวิธีการที่ใช้ในการประมาณการผลขาดทุนด้านเครดิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
3. การบัญชีป้องกันความเสี่ยง (Hedge Accounting)
บัญชีป้องกันความเสี่ยงภายใต้มาตรฐาน TFRS 9 มุ่งเน้นให้สะท้อนวัตถุประสงค์และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการป้องกันความเสี่ยงได้มากขึ้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
- การป้องกันความเสี่ยงในมูลค่ายุติธรรม (Fair Value Hedge)
- การป้องกันความเสี่ยงในกระแสเงินสด (Cash Flow Hedge)
- การป้องกันความเสี่ยงของเงินลงทุนสุทธิในการดำเนินงานในต่างประเทศ (Hedge of a Net Investment in a Foreign Operation)

ผลกระทบของ TFRS 9 ในการแสดงรายการในงบการเงิน
มาตรฐาน TFRS 9 คือเครื่องมือที่ไม่ได้เปลี่ยนเพียงแค่วิธีการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของงบการเงินโดยรวม ตั้งแต่งบดุลไปจนถึงระบบบัญชีที่ใช้จัดทำรายงาน โดยสามารถสรุปผลกระทบที่สำคัญได้ ดังนี้
- ความเปลี่ยนแปลงในงบดุล : ทำให้มูลค่าของรายการในงบดุลมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงมากกว่าระบบเดิม ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์อาจลดลงในบางช่วงเวลา แม้ยังไม่เกิดการผิดนัดชำระจริง
- การเปลี่ยนแปลงในงบกำไรขาดทุน : รับรู้กำไรขาดทุนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่สินทรัพย์ถูกวัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) รวมถึงการตั้งสำรองความเสียหายล่วงหน้า
- ความผันผวนในเงินทุน : การเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสมหรือกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น ส่งผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอาจมีผลต่ออัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วิเคราะห์กิจการ
- การปรับระบบบัญชีให้สอดคล้อง : กิจการต้องปรับปรุงระบบบัญชี ฐานข้อมูล และแบบจำลองความเสี่ยง เพื่อรองรับการจัดประเภท การวัดมูลค่า และการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานใหม่
ความสำคัญของการใช้ TFRS 9 ในการตัดสินใจทางธุรกิจ
ทำความเข้าใจเรื่องความหมายของ TFRS 9 ทั้งในด้านวัตถุประสงค์และผลกระทบในภาพรวมกันไปแล้ว สุดท้าย คือความสำคัญของการนำ TFRS 9 มาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยผู้ประกอบการและผู้บริหาร ควรพิจารณาใน 4 ข้อหลักร่วมกัน คือ
- สามารถประเมินสถานะลูกหนี้ คู่ค้า หรือสินทรัพย์ทางการเงินได้อย่างรอบด้าน และปรับแผนธุรกิจให้เท่าทันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
- แสดงความโปร่งใสในการบริหารความเสี่ยง เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันการเงินที่ต้องใช้ข้อมูลทางการเงินในการพิจารณาโอกาสลงทุนหรือให้สินเชื่อ
- สามารถบริหารพอร์ตการลงทุน ตราสารหนี้ หรือเงินให้กู้ยืมได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดความไม่สอดคล้องระหว่างรายได้ ต้นทุน และสภาพคล่อง
- ทำให้กิจการดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในมุมมองของผู้ให้กู้หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งมีส่วนช่วยให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น
TFRS 9 คือเครื่องมือทางการเงินที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้กิจการมีการรายงานทางการเงินที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล แต่ยังส่งเสริมให้เกิดความน่าเชื่อถือและการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ หากองค์กรของคุณต้องการปรับใช้ TFRS 9 ให้ประสบความสำเร็จ เลือกใช้บริการที่ปรึกษา TFRS 9 จาก BlueVenture Actuarial ให้คำปรึกษาโดยทีมนักคณิตศาสตร์ที่มีประสบการณ์และทักษะสูง ช่วยประเมินสถานการณ์จากแบบจำลองได้อย่างแม่นยำ เพิ่มมาตรฐานการเงินให้องค์กรของคุณได้รอบด้าน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02167-3012 ถึง 14
ข้อมูลอ้างอิง:
- พร้อมรับมือกับมาตรฐานใหม่ TFRS9. สืบค้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 จาก https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/bot-magazine/256301TheKnowledge_TFRS.html
