การคำนวณผลประโยชน์พนักงานเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกบริษัทควรให้ความใส่ใจ เพราะไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย แต่ยังช่วยให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
สำหรับการคำนวณผลประโยชน์พนักงาน มาตรฐานที่ต้องให้ความสำคัญคือ มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 (TAS 19) ซึ่งครอบคลุมการรับรู้ การวัดมูลค่า และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์ของพนักงาน โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ผลประโยชน์ระยะสั้น ผลประโยชน์หลังออกจากงาน ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น และผลประโยชน์เมื่อถูกเลิกจ้าง
ความหมายของผลประโยชน์พนักงานตาม TAS19
ผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 (TAS 19) หมายถึง สิ่งตอบแทนทุกรูปแบบที่บริษัทมอบให้พนักงาน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการทำงาน หรือเพื่อการเลิกจ้าง โดยสิ่งเหล่านี้อาจเกิดจากข้อตกลงระหว่างบริษัทกับพนักงาน รวมถึงจากข้อกฎหมาย หรือข้อผูกพันที่เกิดจากการปฏิบัติของบริษัท ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
1. ผลประโยชน์ระยะสั้น (Short-term Employee Benefits)
ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะจ่ายครบทั้งหมดภายใน 12 เดือน หลังจากสิ้นรอบระยะเวลารายงานประจำปี ได้แก่
- เงินเดือน ค่าจ้าง
- เงินโบนัส
- วันลาพักผ่อนและลาป่วยที่ยังได้รับเงินเดือน
- เงินสมทบกองทุนประกันสังคม
- ผลประโยชน์ที่ไม่เป็นเงิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าที่พัก หรือรถยนต์ที่ให้ใช้ฟรี
2. ผลประโยชน์หลังออกจากงาน (Post-Employment Benefits)
ผลประโยชน์ที่จ่ายให้พนักงานหลังออกจากงาน เช่น
- เงินบำนาญ
- เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- ผลประโยชน์หลังเกษียณอื่น ๆ เช่น ประกันชีวิต หรือค่ารักษาพยาบาล
3. ผลประโยชน์ระยะยาวอื่น (Other Long-term Employee Benefits)
ผลประโยชน์ที่ไม่อยู่ในกลุ่มอื่น ๆ ข้างต้น ได้แก่
- รางวัลจากการทำงานมาอย่างยาวนาน
- ผลตอบแทนจากการทำงานครบรอบปี
4. ผลประโยชน์เมื่อเลิกจ้าง (Termination Benefits)
ผลประโยชน์ที่บริษัทให้เพื่อแลกกับการเลิกจ้างพนักงาน เช่น
- เงินชดเชยการเลิกจ้าง
ทำไมต้องคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐาน TAS 19 ?
การคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐาน TAS 19 จะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเหตุผลหลัก ๆ ดังนี้
1. ป้องกันผลกระทบเรื่องกำไรขาดทุนของบริษัท
หากพนักงานจำนวนมากเกษียณในเวลาเดียวกัน บริษัทอาจต้องจ่ายผลประโยชน์จำนวนมาก ซึ่งจะมีผลกระทบต่อกำไรขาดทุนของบริษัท ดังนั้น หากไม่ได้มีการสำรองเงินเอาไว้ล่วงหน้า อาจทำให้บริษัทที่คาดว่าจะมีกำไรกลับกลายเป็นขาดทุนได้
2. ป้องกันการล้มละลาย
หากบริษัทไม่จัดเตรียมเงินสำรองสำหรับการจ่ายผลประโยชน์พนักงานในอนาคต อาจทำให้บริษัทประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ให้พนักงานได้เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่การล้มละลายได้
3. ปกป้องสิทธิของลูกจ้าง
การสำรองเงินสำหรับผลประโยชน์ของพนักงานตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้มั่นใจว่าพนักงานจะได้รับผลประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการปกป้องสิทธิของพนักงานให้ได้รับเงินตามที่ควรจะได้รับ
4. การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
การรับรู้และคำนวณผลประโยชน์พนักงานตั้งแต่ต้น ช่วยให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนการจ้างพนักงานได้อย่างเหมาะสม เพราะต้นทุนการจ้างพนักงานไม่ใช่แค่เงินเดือนและโบนัส แต่ยังรวมถึงผลประโยชน์ที่ต้องจ่ายในอนาคตด้วย
5. สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
การคำนวณและรับรู้ผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS for PAEs) เป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่มีผลบังคับใช้สำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ซึ่งช่วยให้การรายงานทางการเงินมีความถูกต้องและโปร่งใส

ขั้นตอนการคำนวณผลประโยชน์พนักงานตาม TAS 19
การคำนวณผลประโยชน์พนักงานตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 19 (TAS 19) มีขั้นตอนหลัก ๆ ที่สำคัญ ดังนี้
1. กำหนดสมมติฐาน
ขั้นตอนแรกคือการกำหนดสมมติฐานที่สำคัญสำหรับการคำนวณ เช่น อัตราการลาออก อายุเฉลี่ยเมื่อเกษียณ และอัตราเงินเฟ้อ ข้อมูลเหล่านี้จะใช้ในการประมาณภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย ทำให้การคำนวณมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือ
2. คำนวณมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพัน
หลังจากกำหนดสมมติฐานแล้ว จะนำข้อมูลที่ได้มาคำนวณมูลค่าปัจจุบันของภาระผูกพันทั้งหมด ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่บริษัทต้องเตรียมสำรองไว้ในปัจจุบันเพื่อจ่ายผลประโยชน์ในอนาคต โดยการคำนวณนี้จะใช้วิธีหักลดมูลค่าด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม
3. รับรู้ค่าใช้จ่ายในงบการเงิน
เมื่อคำนวณมูลค่าปัจจุบันเสร็จแล้ว บริษัทต้องบันทึกภาระผูกพันในงบแสดงฐานะการเงิน เพื่อให้รายงานทางการเงินสะท้อนภาระผูกพันและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง
4. เปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐาน
ตามข้อกำหนดของ TAS 19 บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลผลประโยชน์พนักงาน เพื่อให้ผู้ใช้งบการเงินได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใสเกี่ยวกับภาระผูกพันและนโยบายการบริหารจัดการผลประโยชน์พนักงาน
ใครเป็นผู้คำนวณผลประโยชน์พนักงาน ?
การคำนวณผลประโยชน์พนักงานเป็นงานที่ต้องใช้หลักคณิตศาสตร์ประกันภัย และต้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนหลายด้านร่วมกัน เช่น อัตราดอกเบี้ยและอัตราการลาออกของพนักงาน ดังนั้น บริษัทส่วนใหญ่จึงเลือกใช้บริการนักคณิตศาสตร์ประกันภัย หรือ Actuary ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาดำเนินการให้
จากความสำคัญของการคำนวณผลประโยชน์พนักงานที่ได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าการคำนวณที่ถูกต้องและแม่นยำมีผลอย่างมากต่อฐานะการเงินในระยะยาวของบริษัท
สำหรับบริษัทที่กำลังมองหาบริการรับคำนวณผลประโยชน์พนักงาน ขอแนะนำ BlueVenture Actuarial เรามีทีมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับ Fellows ที่มีความชำนาญสูง พร้อมทั้งกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลจนถึงการจัดทำรายงาน เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังพร้อมให้คำแนะนำและตอบข้อสงสัยจากผู้ตรวจสอบบัญชีได้อย่างรวดเร็ว หากสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02167-3012 ถึง 14
ข้อมูลอ้างอิง
- คู่มืออธิบายมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 19 เรื่อง ผลประโยชน์ของพนักงาน. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 จาก https://www.tfac.or.th/upload/9414/TqVhcfwuYI.pdf.
